ทริปนี้ เราเริ่มต้นวันตั้งแต่เช้าในย่านพระนครด้วยการนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี MRT สามยอด เพื่อเดินทางไปยัง "ร้านออนล็อกหยุ่น" ร้านกาแฟและอาหารเช้าสไตล์โบราณที่ตั้งอยู่ในย่านพระนครของกรุงเทพมหานคร


ร้านออนล็อกหยุ่นเปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473 และมีชื่อเสียงด้านอาหารเช้าแบบตะวันตกและเอเชียที่มีความคลาสสิก มีเมนูหลากหลายเช่น ขนมปังปิ้งสังขยา ไข่ลวก ไส้กรอก แฮม กาแฟ โกโก้ ชา และน้ำผลไม้ เมนูแนะนำ เช่น ขนมปังสังขยา ไข่กวน และกาแฟโบราณ ราคาเริ่มต้นเพียง 40 บาทเท่านั้น!


เมื่อเราเติมพลังเสร็จแล้ว เรานั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานีสนามไชย ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น มิวเซียมสยาม วัดพระแก้ว ศาลหลักเมือง และวัดโพธิ์ สถานที่เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในย่านนี้


เมื่อมาถึง "มิวเซียมสยาม" เราซื้อบัตรเข้าชมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมา และความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ที่นี่มีการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สนุกสนาน และน่าสนใจ มีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุก เช่น กิจกรรมการท่องพิพิธภัณฑ์ กิจกรรมการฝึกอบรม และกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว


หลังจากนั้น เราได้มานั่งพักผ่อนและชิมกาแฟที่ร้าน "Move" ที่ตั้งอยู่หน้า "มิวเซียมสยาม" ร้านนี้มีบรรยากาศเรียบง่าย สบายๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และต้นไม้ มีเมนูกาแฟ ชา น้ำผลไม้ และขนมต่างๆ ให้เลือกชิม เช่น กาแฟอเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่ และชาเขียว ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังจากการเที่ยวชม "มิวเซียมสยาม" แนะนำให้มานั่งพักที่ร้านนี้ เพลิดเพลินมากๆเลยครับ


นั่งพักผ่อนหย่อนใจสักพัก เราเดินมาต่อที่ “วัดโพธิ์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


เอกลักษณ์ของวัดโพธิ์ คือ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือ พระนอนใหญ่ ยาว ๔๖ เมตร สูง ๑๕ เมตร เป็นพระพุทธรูปที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่คนจะนิยมเดินทางมากราบไหว้และขอพรให้สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ความมั่งคั่งร่ำรวย ความสำเร็จ ความสงบสุข นอกจากนี้ คนยังนิยมไปกราบไหว้พระพุทธรูปปางไสยาสน์ เพื่อ แก้เคล็ด ในเรื่องต่างๆ เช่น ฝันร้าย ชะตาชีวิตตกต่ำ ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นต้น 


นอกจากนี้ “วัดโพธิ์” ยังมีไฮไลท์สำคัญอย่าง พระเจดีย์ ๙๙ องค์ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จิตรกรรมฝาผนัง บนพระอุโบสถและพระระเบียงคด เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย วรรณคดี และคติความเชื่อ หรือหากใครสนใจแพทย์แผนไทย ที่นี่ยังมีโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ เป็นสถานที่ศึกษาเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย

หลังจากเที่ยวชมวัดโพธิ์เป็นที่เรียบร้อย เรานั่งเรือข้ามฝากจากท่าเรือท่าเตียน ข้ามฝากไปยัง “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” สามารถนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือท่าเตียนไปยังวัดอรุณได้ เรือออกทุกๆ 10 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที ค่าโดยสาร 5 บาท 

 

“วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” เป็นวัดที่มีความงดงามทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมฝาผนัง เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือน ไฮไลท์ของวัดอรุณฯ คือ พระปรางค์วัดอรุณ เป็นพระปรางค์ประธานของวัด สูง 82 เมตร ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบหลากสีสัน พระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธชัมภูนุทมหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร พระประธานของวัด พระเจดีย์ ตั้งอยู่โดยรอบพระปรางค์ มีทั้งเจดีย์รายและเจดีย์ประจำรัชกาล และจิตรกรรมฝาผนัง บนพระระเบียงคด เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับรามเกียรติ์และวรรณคดีไทย

 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และงดงาม ผู้คนนิยมมาสักการะบูชาและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ไม่ว่าจะเป็น ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต โชคลาภ สุขภาพแข็งแรง ความรัก และความปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้คนยังนิยมมาขอพรแก้เคล็ด สะเดาะเคราะห์ และล้างสิ่งไม่ดีต่างๆ ออกจากชีวิตอีกด้วย

 

และที่พลาดไม่ได้เมื่อมาวัดอรุณฯ คือ กิจกรรมเช่าชุดไทย กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ที่มาเยือนวัดอรุณ  

 

ร้านเช่าชุดไทย มีให้บริการอยู่หลายร้าน บริเวณหน้าวัดและซอยใกล้เคียง ราคาเช่าชุดไทย เริ่มต้นประมาณ 150-200 บาท ขึ้นอยู่กับแบบชุด สามารถเช่าได้ 2-3 ชั่วโมง และบางร้านมีบริการแต่งหน้า-ทำผม และบริการถ่ายรูปเสริมอีกด้วย

 

ถ่ายรูปเล่นเพลิดเพลินกันเรียบร้อย เราแวะมาเติมพลังกันที่ ร้านเสียวหลัง จากวัดอรุณฯ สามารถเดินทางได้ทางเรือจากท่าเรือวัดอรุณฯ มายังท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ

 

“ร้านเสียวหลัง” เป็นร้านอาหารตามสั่ง สไตล์บ้านๆ รสชาติจัดจ้าน เน้นเมนูง่ายๆ ทานง่าย เมนูเด็ดที่ต้องมาลองเลย คือ ข้าวกระเพราไก่ ไก่กระเทียมพริกไทย ใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปรุงร้อนๆ ที่สำคัราคาอาหารไม่แพง เริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น

 

จากนั้นเรานั่งเรือจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศมายังท่าเรือริเวอร์ซิตี้ เพื่อมาศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ ในแต่ละเดือนนิทรรศการจะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างช่วงที่เรามามี นิทรรศการ Chalotte’s Castle เป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 ของศิลปิน Mackcha (ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์) จัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น ภาพพิมพ์ ภาพที่ขยับได้ ประติมากรรม และกระจกสี ซึ่งส่วนตัวเราชอบคุณ Mackcha มากๆ เลยอยากเดินทางมาชมในทริปวันหยุดเที่ยวกรุงเทพฯ ย่านพระนครในวันนี้ด้วย

 

นอกจากนี้ริเวอร์ซิตี้ ยังเป็นศูนย์กลางงานศิลปะและของโบราณ แกลเลอรี่ชั้นนำ ร้านค้าขายของเก่าและของสะสม ร้านอาหารและคาเฟ่ มากมาย และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้สำหรับทริปพระนครในวันนี้ นั่นก็คือ ล่องเรือสำราญแม่น้ำเจ้าพระยา

 

โปรแกรมที่เราจองมากับ Rest์์NFun ในวันนี้ คือ ล่องเรือดินเนอร์แกรนด์เพิร์ล ครูซส์ เป็นเรือสำราญ 3 ชั้น บนเรือมีดาดฟ้าชมวิว 360 องศา ให้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและวัดอรุณที่งดงาม มีดนตรีสดและการแสดงให้เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง พร้อมทั้งบุฟเฟ่ต์นานาชาติ อาหารทะเล ซีฟู้ด และบรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับการออกเดทหรือฉลองโอกาสพิเศษมากๆ ด้วย

 

นอกจากเรือลำนี้ ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ยังมี เรือสำราญแม่น้ำเจ้าพระยา ริเวอร์สตาร์ ปริ๊นเซส เน้นบรรยากาศอบอุ่น อาหารอร่อย และ เรือสำราญแม่น้ำเจ้าพระยา วันเดอร์ฟูลเพิร์ล เน้นบรรยากาศหรูหรา อาหารอร่อย และบริการดีเยี่ยม

 

โปรแกรมล่องเรือดินเนอร์แกรนด์เพิร์ล ครูซส์ เราจะต้องมาเช็คอินเวลาก่อนเวลา 19.20 น. เช็คอิน ณ ท่าเทียบเรือริเวอร์ซิตี้ จากนั้นเรือก็จะออกจากท่าเวลา 19.30 น. โดยเรือจะล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น วัดอรุณ พระบรมมหาราชวัง สะพานพระรามแปด และเอเชียทีคทำให้เราสามารถรับประทานอาหารและชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนได้แบบเอ็กคลูซีฟไม่เหมือนใครสุดๆ 

 

หลังจากใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการล่องเรือดินเนอร์ เรือสำราญจะวนกลับมาเทียบเรือที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ จากนั้นก็เตรียมโบกมือลาทริปเที่ยวกรุงเทพฯ ย่านพระนครแบบ One Day Trip พร้อมกลับบ้านและพักผ่อนกันครับ


หากใครอยากพักผ่อนรอบพระนครสามารถไปตามรอยแพลนนี้ได้เลยนะ และหากใครสนใจโปรแกรมล่องเรือดินเนอร์เจ้าพระยา สามารถสอบถามและดูรายละเอียดของเรือดินเนอร์แม่น้ำเจ้าพระยาแต่ละลำได้ที่นี่ คลิกเลย!! มีเรือสำราญให้เลือกมากมายหลากลำอย่างแน่นอนครับ